เศรษฐกิจ
logo สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

The Economic Reporters Association
สมัครสมาชิก

เศรษฐกิจ

ดั๊บเบิ้ล เอรับรางวัลมาตรฐานฝีมือแรงงาน

ดั๊บเบิ้ล เอรับรางวัลมาตรฐานฝีมือแรงงาน


นายยุพ นานาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงานให้เกียรติมอบป้ายมาตรฐานฝีมือแรงงานให้กับบริษัทในเครือดั๊บเบิ้ล เอ โดยมี นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุมจูปิเตอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในโอกาสที่บริษัทฯ ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขา พนักงานควบคุมเครื่องจักรรถยกไฟฟ้า (Forklift) ทั้งนี้ดั๊บเบิ้ล เอให้ความสำคัญกับการพัฒนาฝีมือแรงงานโดยมีแผนพัฒนาพนักงานระยะยาวควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยดั๊บเบิ้ล เอได้เปลี่ยนการใช้รถยกที่ใช้น้ำมันขับเคลื่อนเป็นรถยกไฟฟ้า (Forklift) มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 เพื่อร่วมกันลดมลภาวะทางอากาศและทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น

ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมแสดงความยินดีวันชาติกาตาร์

     มร.อาลี มูหัมมัด คาลิฟา อัลบินอาลี อุปทูตกาตาร์ประจำประเทศไทย เป็นประธานงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง "วันชาติประเทศกาตาร์" โดยมี นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ ร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

เลคิเซ่มุ่งหวังการเติบโตเพิ่มขึ้น30% ในปีหน้าพร้อมดันผลิตภัณฑ์ใหม่ LED

เลคิเซ่ มุ่งหวังการเติบโตเพิ่มขึ้น 30% ในปีหน้า พร้อมดันผลิตภัณฑ์ใหม่ LED ตอบโจทย์การใช้งานยุคปัจจุบัน มุ่งเน้นการตลาด Below the Line เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคจับกระแสประหยัดพลังงาน เล็งขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนทันที นายสมนึก โอวุฒิธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลคิเซ่ ไลท์ติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหลอดไฟเลคิเซ่ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการผลิตอุปกรณ์ส่องสว่างที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 41 ปี ภายใต้บริษัท ลี้กิจเจริญแสง จำกัด โดยมียอดการจัดจำหน่ายในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากเดิมทุกปีจนถึงปัจจุบัน “ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการผลิตหลอดไฟโดยรวม มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มมีการฟื้นตัว ประกอบกับจุดแข็งของบริษัทที่เน้นการผลิตสินค้าประหยัดพลังงานเพื่อตอบสนองผู้บริโภคและภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ทั้งยังเน้นการบริการทั้งก่อนและหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีลูกค้าแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือลูกค้าโครงการ80% และผู้บริโภคทั่วไป20% โดยตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท เลคิเซ่ ไลท์ติ้ง จำกัด เมื่อปี 2551 มีลูกค้าโครงการแล้วกว่า 500 โครงการ อาทิเช่น กลุ่มโรงแรม,โรงพยาบาล, องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม เป็นต้น โดยในปี 2553 นี้ คาดการว่ายอดขายจะเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปีก่อน“ นายสมนึก กล่าว อย่างไรก็ตาม หลอดไฟเลคิเซ่ มีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมหลอดไฟ โดยเฉพาะตลาดในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดและการขายให้มีความครบวงจร และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกประเภทมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆให้กับแบรนด์ เลคิเซ่ ด้วยเช่นกัน โดยในปี 2553 บริษัทใช้งบประมาณ เพื่อการดำเนินกิจกรรมด้านการตลาดและการขาย โดยเน้นการสร้างแบรนด์เลคิเซ่ให้เป็นที่จดจำผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุด National Geographic โดยมุ่งให้เกิดการทดลองใช้หลอดไฟที่ให้แสงสว่างมากกว่าแต่ช่วยประหยัดพลังงาน จากนั้นได้กระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการในตัวสินค้าเลคิเซ่เพิ่มสูงขึ้น ผ่านแคมเปญแจกล้าน “เลคิเซ่ ขย้อนล้าน” ช่วยสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนในวัยทำงานที่ให้ความสำคัญกับการใช้สินค้าที่ประหยัดพลังงาน ตลอดจนการจัดกิจกรรม Road Show ตามห้างค้าปลีก และงานแสดงสินค้าต่างๆ เพื่อเพิ่มยอดขายให้เติบโตควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์เลคิเซ่ ในฐานะผู้นำด้านการผลิตหลอดไฟประหยัดพลังงานสูงสุด และเป็นที่หนึ่งในการให้บริการด้านแสงสว่างอย่างครบวงจร พร้อมกันนี้ เลคิเซ่ ยังได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม CSR เช่น แจกหลอดไฟให้กับกทม.ในวันสิ่งแวดล้อมโลก , เข้าร่วมร่วมในโครงการ TOGETHER WE CAN ,ร่วมมือกับกฟผ.ในโครงการปลูกต้นไม้รอบบ้านพ่อ , แจกร่มใหญ่บังแดดให้กับผู้ค้าในตลาดและชุมชน และร่วมบริจาคหลอดไฟให้กับวัดต่างๆ สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดของหลอดไฟเลคิเซ่ในปีหน้า ยังคงเน้นการ Remind Brand เพื่อเน้นการจดจำแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมทางการตลาดแบบ Below the Line เพิ่มมากขึ้น โดยการออกงานแสดงสินค้า จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายไปยังร้านค้า ตัวแทนจำหน่ายและห้างสรรพสินค้า ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้เรื่องการลดใช้และอนุรักษ์พลังงานในกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ อย่างไรก็ตาม ทางเลคิเซ่ยังมีแผนที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2554 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลอดไฟ LED ที่มีการต่อยอดมาจากหลอด LED เดิมๆที่วางขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป และมีจุดเด่นในเรื่องของราคาที่ไม่สูงมากนัก สามารถจับต้องได้ ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้ ยังมุ่งเดินหน้าในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์หลอดไฟ LED เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์ในอนาคตอีกด้วย นอกจากนี้ นายสมนึก โอวุฒิธรรม กรรมการผู้จัดการฯ ยังเปิดเผยถึงแผนการขยายตลาดไปสู่ตลาดต่างประเทศอีกด้วยว่า จะผลักดันสินค้าแบรนด์ LeKise ไปสู่ตลาดอาเซียน อาทิ มาเลเซีย พม่าเวียดนาม เพื่อเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ค่าเงินบาทต้องไม่มีความผันผวนมากจนเกินไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งออกโดยตรง อย่างไรก็ตาม เลคิเซ่ คาดหวังว่า ผลประกอบการในปี 2554 จะมียอดขายรวมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% จากเดิมที่เติบโตในปีนี้ 30% โดยเชื่อว่ายอดขายที่เพิ่มมากขึ้นมาจากกระแสของการประหยัดพลังงานในกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย และหันเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน T5 ที่ประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่าหลอดผอมทั่วไปถึง 40% โดยได้รับการส่งเสริมจาก กฟผ.อีกด้วย

กลุ่มผลิตภัณฑ์ตราเกษตรพลิกโฉมดึงเอสเอพีดูแลระบบธุรกิจ

กรุงเทพ- 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2553-มร.โทมัส (ทอม) แซค (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสเอพี (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย นายสมฤกษ์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามเซ็นสัญญาในโอกาสที่บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจข้าวขาวหอมมะลิและผลิตภัณฑ์ภายใต้ตรา เกษตร ที่สำคัญและมีชื่อเสียงระดับโลก พลิกโฉมหน้าการบริหารธุรกิจโดยการเลือกเอสเอพี ผู้นำระดับโลกด้านการให้บริการซอฟท์แวร์ทางธุรกิจในการดูแลและบริการซอฟท์แวร์ทางธุรกิจให้กับบริษัทกลุ่มผลิตภัณฑ์ตราเกษตร บริษัท ไทยฮา จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าจะสร้างการเติบโตที่โดดเด่นและเพิ่มผลการดำเนินงานทางธุรกิจในระดับสูงสุดให้แก่บริษัทกลุ่มผลิตภัณฑ์ตราเกษตร เช่นเดียวกับลูกค้าในความดูแลของเอสเอพีกว่า 120 ประเทศทั่วโลก

# # #

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่ประสานงานประชาสัมพันธ์

พิตอน คอมมิวนิเคชั่น

บูรณี จันทรปรรณิก, ชลวรรณ วงษ์อินทร์

โทรศัพท์ 081.841.37.67, 089.780.99.48, 02.690.5681-4,

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. , This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

สสว. ร่วมสมาคมนักธุรกิจยุคใหม่ ไทย-จีน จัดสัมมนาเตรียมความพร้อม ผู้ประกอบการไทยก่อนบุกตลาดจีน

นางสาว พนิตพิชา ชินวัตร ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนด้านการเงิน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) พร้อมด้วย นางสาววิมล จารุสถิติ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ และ นาย เฉลิมพล พงศ์ฉบับนภา นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมส่งเสริมการส่งออก ร่วมกับ สมาคมนักธุรกิจรุ่นใหม่ไทย-จีน จัดอบรมสัมมนาในหัวข้อ “เพิ่มศักยภาพและเตรียมพร้อมก่อนเจรจาธุรกิจ” เพื่อเป็นให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) ในการทำธุรกิจเขตพื้นที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการจัดอบรมครั้งนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการเข้าร่วมงาน The 12th China (Shantou) International Food Transaction Expo เมื่อเร็วๆ นี้

ลงประกาศข่าว ฟรี!