กิจกรรมสมาคม
logo สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

The Economic Reporters Association
สมัครสมาชิก

กิจกรรมสมาคม

แสดงความยินดี

 

คุณอมรรัตน์ จรูญสมิทธิ์ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ให้การต้อนรับ คุณดวงนภารัตน์ ศรีสุข ผู้จัดการอาวุโส ส่วนสื่อสารมวลชน บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสที่คณะกรรมการเข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

ปฏิรูปโครงสร้างภาษี ลดความเหลื่อมล้ำ-คืนความเสมอภาคสู่สังคมไทย

 

“ปฏิรูปโครงสร้างภาษี ลดความเหลื่อมล้ำ-คืนความเสมอภาคสู่สังคมไทย”
นายกมล ชวาลวิทย์
สำนักข่าวไทยพับลิก้า
 
ความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้เป็นปัญหาใหญ่ที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับกลุ่มคนรวย จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ปี 2554 ระบุว่า “กลุ่มคนรวยที่สุดของประเทศประมาณ 10% ของจำนวนประชากร 64 ล้านคน คนกลุ่มนี้ครอบครองส่วนแบ่งรายได้ 38.41% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่คนจนที่สุดมีรายได้ต่ำกว่า 1.678 บาทต่อเดือน หรือ รายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนมีจำนวน 5.1 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 7.96% ของประชากรทั่วประเทศ” ความมั่งคั่งยังไปกระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มคนรวย 
ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลพยายามคิดค้นมาตรการแก้ไขปัญหาความยากจนหลายหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่จะเป็นมาตรการด้านการคลัง หรือ กึ่งการคลัง มุ่งอัดฉีดเม็ดเงินงบประมาณเป็นจำนวนมากลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาสให้กับคนยากจน 
หากไม่นับรวมเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น จริงๆการใช้กลไกทางด้านรายจ่าย ถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่ปัญหาใหญ่ คือ ขาดข้อมูล “คนยากจนคือใคร -อยู่ที่ไหน”  ทำให้การตัดสินใจดำเนินนโยบายประชานิยมเป็นไปในลักษณะของการ “เหวี่ยงแห”  ใช้จ่ายเงินงบประมาณเกินความจำเป็น คนรวยเข้ามาใช้ประโยชน์จากมาตรการของรัฐ...
 
ดาวน์โหลดรายละเอียดบทความ

เหยียบคันเร่งการบริโภคบนกองหนี้ สมดุลเศรษฐกิจใหม่ที่เสี่ยงกว่าเก่า

 

เหยียบคันเร่งการบริโภคบนกองหนี้ สมดุลเศรษฐกิจใหม่ที่เสี่ยงกว่าเก่า
 
        ความไร้เสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลากว่า 1 ขวบปี ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้ในด้านหนึ่งจะเป็นสภาวะที่ไม่เอื้อต่อการปั่นผลงานของรัฐบาล ในการกระชากเศรษฐกิจไทยให้โตแรงโตเร็ว เหมือนอย่างที่คาดหวังกันไว้ 
        แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ถือเป็นเหตุผลที่ช่วยขับเน้นให้นโยบายการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ ที่ต้องการปรับสมดุลเศรษฐกิจ และลดความเสี่ยงของปัจจัยภายนอก จากการพึ่งพาการส่งออก มาเป็นการพึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะการอุปโภคบริโภคนั้น ดูเป็นนโยบายที่ถูกที่ถูกเวลามากขึ้น
        ที่ผ่านมา หัวหน้าทีมเศรษฐกิจอย่าง "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ย้ำหนักแน่นหลายต่อหลายครั้งว่า รัฐบาลชุดนี้ต้องการปรับสมดุลเศรษฐกิจไทย จากที่พึ่งพาการส่งออก ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราว 60-70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) มาเป็นการพึ่งพาการบริโภคในประเทศมากขึ้น และจะเน้นการกระจายรายได้ มากกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าภายในเวลา 2-3 ปี จะปรับสมดุลเศรษฐกิจตามแนวทางที่วางไว้ได้
        โดยมาตรการในการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ ที่รัฐบาลพยายามจัดหนักจัดเต็มมาอย่างต่อเนื่อง หลังเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนใหญ่จะมุ่งกระตุ้นไปที่การบริโภค ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลังซื้อ ผ่านการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็น 300 บาทต่อวัน, การปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการที่จบปริญญาตรี เป็น 15,000 บาท รวมทั้งโครงการรับจำนำข้าว ในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก เพื่อหวังให้เกษตรกรมีรายได้ที่สูงขึ้น และเพิ่มการบริโภคมากขึ้น
        ตลอดจนการยอมเฉือนเนื้อให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้บริโภค ผ่านโครงการต่างๆ หรือเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้สะดวกขึ้น อย่างเช่น โครงการบ้านหลังแรก และ โครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก...
 
ดาวน์โหลดรายละเอียดบทความ

หนี้บุคคลจ่อปากเหว ครัวเรือนติดกับ ประเทศติดหล่ม

 

หนี้บุคคลจ่อปากเหว ครัวเรือนติดกับ ประเทศติดหล่ม
 
          รอบปี 2555 พลันประเทศผ่านพ้นความเลวร้ายจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปลายปี 2554 ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนได้ใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูซ่อมสร้างความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม การใช้จ่ายอุปโภคบริโภคพลิกกลับคืนอีกครั้ง ปี 2555 จึงเป็นปีที่กำลังซื้อในประเทศหนุนอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ซึ่งผนวกกับนโยบายประชานิยมของรัฐบาลกระตุ้นกำลังซื้อรายย่อยได้มาก ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)มั่นใจว่าเศรษฐกิจปี 2555 จะเติบโตประมาณ 5.7% 
การจับจ่ายใช้สอยในประเทศที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจในปี 2555 อาทิ นโยบายรถคันแรก บ้านหลังแรก และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟท์โลน) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ส่งผลให้ธุรกิจธนาคารพาณิชย์กลับมาคึกคัก โดยมีการประเมินว่าจบปี 2555 สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ในประเทศจะเติบโตระหว่าง 13.5-14.5% เป็นการเติบโตในระดับเลข 2 หลักต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3 ขณะที่ปี 2556  คาดว่าสินเชื่อทั้งระบบจะเติบโต 10-13% จากแรงส่งสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะนโยบายรถคันแรกที่ยังคาบเกี่ยวต่อเนื่อง...
 
ดาวน์โหลดรายละเอียดบทความ
 

เศรษฐกิจไทยใต้เงาประชานิยม – เส้นทางอันตรายสู่วิกฤตหนี้สาธารณะ

 

เศรษฐกิจไทยใต้เงาประชานิยม – เส้นทางอันตรายสู่วิกฤตหนี้สาธารณะ
 
ในปี 2555 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรปซึ่งเริ่มส่งสัญญาณความตรึงเครียดมาตั้งแต่ต้นปี 2553 ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ประเทศสมาชิกในกลุ่มยูโรโซนอย่างเป็นรูปธรรม หลายประเทศซึ่งมีระดับหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) สูง เช่น กรีซ อิตาลี สเปน และโปรตุเกส ต่างเผชิญกับปัญหาการว่างงานในอัตราสูง การถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อมั่นเกี่ยวกับสถานะทางเศรษฐกิจ รวมทั้งมีการชุมนุมประท้วงต่อต้านการใช้มาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มงวดของรัฐบาล (ภาคผนวกที่ 1 สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของประเทศต่างๆในยุโรป)...
 
ดาวน์โหลดรายละเอียดบทความ

ลงประกาศข่าว ฟรี!