ประกวดบทความ
logo สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

The Economic Reporters Association
สมัครสมาชิก
ให้เรตสมาชิก
ไม่ดีดี 

 

เหยียบคันเร่งการบริโภคบนกองหนี้ สมดุลเศรษฐกิจใหม่ที่เสี่ยงกว่าเก่า
 
        ความไร้เสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลากว่า 1 ขวบปี ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้ในด้านหนึ่งจะเป็นสภาวะที่ไม่เอื้อต่อการปั่นผลงานของรัฐบาล ในการกระชากเศรษฐกิจไทยให้โตแรงโตเร็ว เหมือนอย่างที่คาดหวังกันไว้ 
        แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ถือเป็นเหตุผลที่ช่วยขับเน้นให้นโยบายการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ ที่ต้องการปรับสมดุลเศรษฐกิจ และลดความเสี่ยงของปัจจัยภายนอก จากการพึ่งพาการส่งออก มาเป็นการพึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะการอุปโภคบริโภคนั้น ดูเป็นนโยบายที่ถูกที่ถูกเวลามากขึ้น
        ที่ผ่านมา หัวหน้าทีมเศรษฐกิจอย่าง "กิตติรัตน์ ณ ระนอง" รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ย้ำหนักแน่นหลายต่อหลายครั้งว่า รัฐบาลชุดนี้ต้องการปรับสมดุลเศรษฐกิจไทย จากที่พึ่งพาการส่งออก ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราว 60-70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) มาเป็นการพึ่งพาการบริโภคในประเทศมากขึ้น และจะเน้นการกระจายรายได้ มากกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าภายในเวลา 2-3 ปี จะปรับสมดุลเศรษฐกิจตามแนวทางที่วางไว้ได้
        โดยมาตรการในการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ ที่รัฐบาลพยายามจัดหนักจัดเต็มมาอย่างต่อเนื่อง หลังเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนใหญ่จะมุ่งกระตุ้นไปที่การบริโภค ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลังซื้อ ผ่านการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เป็น 300 บาทต่อวัน, การปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการที่จบปริญญาตรี เป็น 15,000 บาท รวมทั้งโครงการรับจำนำข้าว ในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก เพื่อหวังให้เกษตรกรมีรายได้ที่สูงขึ้น และเพิ่มการบริโภคมากขึ้น
        ตลอดจนการยอมเฉือนเนื้อให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้บริโภค ผ่านโครงการต่างๆ หรือเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้สะดวกขึ้น อย่างเช่น โครงการบ้านหลังแรก และ โครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก...
 
ดาวน์โหลดรายละเอียดบทความ

ลงประกาศข่าว ฟรี!