Home ข่าวสารสมาคม ประกาศรายชื่อสมาชิกที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม“เที่ยวสายมู รู้ประวัติศาสตร์ ฟื้นฟูเที่ยวไทย”

ประกาศรายชื่อสมาชิกที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม“เที่ยวสายมู รู้ประวัติศาสตร์ ฟื้นฟูเที่ยวไทย”

by admin
678 views

ตามที่ทาง สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ  เคทีซี เปิดรับสมัครสมาชิกสมาคมฯเข้าร่วมกิจกรรม  “เที่ยวสายมู รู้ประวัติศาสตร์ ฟื้นฟูเที่ยวไทย”  ณ วันเสาร์ ที่ 9 กรกฎาคม 2565  ฤกษ์ดี เวลา 07.29 น. – 18.19 น. พร้อมย้อนเวลาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม กับ 9 สถานที่ที่คัดสรรมาเพื่อพิราบสายมู โดย อาจารย์ จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (อ.นัท) และครบรสกับอาหารสไตล์ฟิวชันบรรยากาศร้านอาหารพระตำหนักในวัง มีสมาชิกที่ได้รับสิทธิ์ ดังนี้

#EconmassXKTCwinwin
#winwin
#KTCทัวร์สายมู

สอบถามเพิ่มเติม 08-9035-8245 (ก่า)

โปรแกรม “เที่ยวสายมู รู้ประวัติศาสตร์ ฟื้นฟูเที่ยวไทย”
วันเสาร์ที่
9 กรกฎาคม 2565 เวลา 07.29 น. – 18.19 น.
—————————————– 

เมื่อโลกเปลี่ยนผ่าน หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นรุนแรงไม่คาดคิด

“สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ” หรือ “มูเตลู” ดูจะเป็น “ทางออก” ที่เรียกความเชื่อและศรัทธาให้หลายคนมั่นใจเพื่อไปต่อ

“ความจริง-ความเชื่อ-ศรัทธา” จึงถูกผูกโยงเข้าหากัน และก้าวข้ามยุคสมัยเข้าหาไลฟ์สไตล์ของคนทุกวัยอย่างเป็นมิตร

 “เคทีซี” ร่วมกับ “สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ” ภูมิใจเสนอทริปพิเศษ

“เที่ยวสายมู รู้ประวัติศาสตร์ ฟื้นฟูเที่ยวไทย” 

เชิญชวนพี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชนสายมูที่มีความศรัทรา ใช้เวลาว่างวันหยุด ร่วมทริปลงพื้นที่สร้างรายได้ให้ชุมชน

และเติมพลังใจเสริมมงคลชีวิตทุกย่างก้าว ในวันที่ 9 กรกฎาคม กับ 9 สถานที่ที่คัดสรรมาเพื่อพิราบสายมู

เต็มอิ่มกับเรื่องราวของประวัติต่างๆ จากคำบอกเล่าของผู้รู้ด้านศิลปวัฒนธรรม

ครบรสชาติกับอาหารสไตล์ฟิวชัน ในบรรยากาศของร้านที่เคยเป็นพระตำหนักในวัง

พร้อมสัมผัสความคลาสสิคของการตกแต่งภายในอาคาร ที่เปิดให้เฉพาะคณะเราได้ไปเยือน

และย้อนเวลาไปสัมผัสมหัศจรรย์แห่งโลกสมุนไพรไทยกับหมอยา 5 แผ่นดิน

07.29 น. – 07.59 น.      พิราบสายมูพร้อมกันที่  “เคทีซี ป็อป” ชั้น B1 ตึกยูบีซี 2 ต้นซอยสุขุมวิท 33 ก่อนย่างเท้าก้าวออกจากบ้าน อย่าลืมเช็คหน้า-ผม-เสื้อผ้าให้พร้อม ด้วยสีสิริมงคลของวันเสาร์คือ ฟ้า น้ำเงิน แต่ถ้าอยากมีอำนาจบารมี ก็ต้องสีม่วง ดำ และถ้าอยากได้คนอุปถัมภ์ช่วยเหลือก็ต้องจัดสีแดง ชมพู แต่ที่แน่ๆ สีที่ต้องห่างไกลเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าก่อนคือสีเขียวทุกโทน แล้วมาเติมพลังเสริมโหงวเฮ้งด้วยอาหารเช้ามงคล ได้เวลาฤกษ์ดีคุณจิตวดี เพ็งมาก นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ กล่าวอะไรเล็กน้อย

07.59 น. – 09.09 น.         เบิกฤกษ์ด้วยเวลาลงท้ายเลข 9 เพื่อความก้าวหน้า ออกเดินทางด้วยรถโค้ช 2 ชั้น สีขาว เสริมอำนาจวาสนา มุ่งสู่ 9 สถานที่เช็คอินที่สายมูไม่ควรพลาด พร้อมรับฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ยึดโยงความเชื่อและความศรัทธาคู่คนไทยมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน กับอาจารย์นัท จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา นักวิชาการอิสระด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

09.09 น. – 09.19 น.         ตั้งต้นเช็คอินความปังแรกที่ “ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์” พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) พระบิดาแห่งการค้าไทย ถวายสักการะด้วยพวงมาลัยดอกไม้ เพื่อความเป็นสิริมงคลด้านโภคทรัพย์ เสริมดวงค้าขายร่ำรวย เสริมความมั่นคงก้าวหน้าด้านการงาน

09.19 น. – 09.29 น.        เดินเท้าสู่ “วัดราชนัดดารามวรวิหาร”​ วัดพระอารามหลวงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน เป็นโลหะปราสาทแห่งแรกของไทยและประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

09.29 น. – 09.49 น.       สักการะ “พระเสฏฐตมมุนี” พระประธานในพระอุโบสถ เพื่อเสริมพลังใจให้เข้มแข็งมั่นคง พร้อมฝ่าฟันและเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ในชีวิต ภายในพระวิหารใกล้กัน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร นามว่า “พระพุทธชุติธรรมนราสพ”

09.49 น. – 09.59 น.     เคลื่อนขบวนด้วยรถโค้ชสู่ “เทวาลัยพระศรีวสุนธรา” หรือ “ศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม” ซึ่งสร้างขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เพื่อพระราชทานน้ำดื่มให้แก่ผู้คนที่สัญจรไปมา เมื่อครั้งที่กรุงเทพฯ เริ่มมีน้ำประปาใช้ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ขณะดำรงพระยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ถวายคำแนะนำให้สร้างรูป “พระแม่ธรณีบีบมวยผม” ซึ่งเป็นเทพีแห่งผืนแผ่นดิน โดยมีความพิเศษตรงที่ปลายมวยผมเป็นทางไหลของน้ำสะอาดเพื่อให้ผู้คนได้ใช้ดื่มกิน

09.59 น. – 10.09 น.       เช็คอินความปังจุดที่ 2 สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม ด้วยพวงมาลัยดอกดาวเรือง เพื่อขอขมาและอโหสิกรรม เบิกที่ทางให้ธุรกิจก้าวหน้า ค้าขายร่ำรวย เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการขายบ้านหรือที่ดิน

10.09 น. – 10.19 น.       มุ่งหน้าสู่ “ศาลเจ้าพ่อครุฑ” ศาลเล็กๆ อายุร่วม 100 ปี ในตรอกครุฑ ที่ชาวบ้านย่านนั้นเรียกว่า “ศาลปู่” กับประวัติและความเชื่อสืบต่อมายาวนาน สมัยโบราณตรอกนี้เคยมีร่องน้ำ และมีคนพบครุฑไม้ ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นครุฑหน้าเรือ ลอยมาพร้อมกับหัวจระเข้ซ้ายขวาที่ตั้งอยู่ในศาล วันเวลาผ่านไปครุฑไม้เก่าสูญหาย จนมีการบูรณะพญาครุฑองค์ใหม่ แต่ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

10.19 น. – 11.09 น.      เช็คอินความปังจุดที่ 3 ตั้งจิตอธิษฐานและสักการะ “องค์พญาครุฑ” ครุฑไม้แกะสลักเก่าแก่องค์ใหญ่ ด้วยธูป พวงมาลัย 1 พวง ธัญพืช 9 อย่างและน้ำแดง 1 ถ้วย (ไม่แนะนำให้บนบานศาลกล่าว) จากนั้นลาน้ำแดงที่ถวายมาดื่มเพื่อความเป็นสิริมงคล รับผงธูปขี้เถ้าไปผสมน้ำอาบเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย อาถรรพ์ คุณไสย มนต์ดำ เสริมอำนาจวาสนา นําความเจริญรุ่งเรืองและยศถาบรรดาศักดิ์สู่ชีวิตและหน้าที่การงาน มีเมตตามหานิยม ค้าขายดี มีโชคลาภและปกป้องภัยอันตราย

11.09 น. – 11.19 น.      ล้อหมุนต่อไป ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร” ศาลเก่าแก่อายุ 240 ปี ที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีตามธรรมเนียมพิธีพราหมณ์ว่า ก่อนสร้างเมืองจะต้องทำพิธียกเสาหลักเมืองในที่อันเป็นชัยภูมิสำคัญ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่การสร้างบ้านเมือง

11.19 น. – 11.59 น.     เช็คอินความปังจุดที่ 4 ณ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยดอกบัว ภายในอาคารหอพระพุทธรูป ใส่บาตรพระประจำวันเกิด ซึ่งเชื่อว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ และช่วยหนุนดวงเสริมความมั่นคงในชีวิต ศาลาจำลอง จุดเทียน ธูป กล่าวคำอธิษฐาน ผูกผ้าแพร ๓ สี ที่องค์หลักเมืองจำลอง อาคารศาลหลักเมือง นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองถวายองค์พระหลักเมือง อาคารศาลเทพารักษ์ นำพวงมาลัยถวายเทพารักษ์ทั้ง 5 ประกอบด้วย พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬ-ไชยศรี เจ้าเจตคุปต์และเจ้าหอกลอง แล้วเติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิดเพียงครึ่งขวด เพื่อความสว่างไสวเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ส่วนน้ำมันตะเกียงอีกครึ่งขวดให้เติมที่ตะเกียงสะเดาะเคราะห์ เพื่อให้สิ่งที่ไม่ดีทุกข์โศกโรคภัยออกไปจากตัวเรา จากนั้นรับน้ำพุทธมนต์ไว้พรม อาบ ดื่ม เพื่อเสริมความมั่นคงให้ชีวิตราบรื่น สุขสมหวัง พบความเจริญก้าวหน้าในชีวิต

11.59 น. – 12.09 น.      ได้เวลาเติมพลังกายก่อนย้ายไปมูกันต่อ เดินทางไป “ร้านเดวา มานัวร์” (Deva Manor) เดิมเป็นพระตำหนักใหญ่แห่งวังปากคลองผดุงกรุงเกษม ที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ชายาหม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร

12.09 น. – 13.49 น.      เช็คอินความปังจุดที่ 5 ณ ร้านเดวา มานัวร์ เต็มอิ่มกับเมนูอาหารเสริมดวงด้านความรัก การงาน การเงิน ปรุงด้วยสูตรต้นตำรับของวังปากคลองผดุงกรุงเกษม ท่ามกลางบรรยากาศในพระตำหนักใหญ่ ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยการรับฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของพระตำหนัก จากพันเอกเฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ผู้บูรณะพระตำหนักใหญ่ วังเทเวศร์

13.49 น. – 14.09 น.     ช่วงบ่ายเปลี่ยนบรรยากาศมุ่งหน้าย่านเสาชิงช้า ที่ตั้งของสถาปัตยกรรมแห่งความเชื่อ-ความศรัทธาของนานาศาสนาในไทย เริ่มด้วย “เทวสถานโบสถ์พราหมณ์”  เทวสถาน วัด หรือโบสถ์ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่มีความสำคัญมากที่สุด ในบรรดาวัดฮินดูทั้งหมดในประเทศไทย และได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทปูชนียสถานและวัดวาอาราม

14.09 น.- 14.49 น.     เช็คอินความปังจุดที่ 6 ณ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ สักการะองค์เทพศักดิ์สิทธิ์ ด้วยชุดบูชาใหญ่ ได้แก่ ดาวเรือง มะนาว ธูป กะเพรา อ้อย น้ำเปล่า นมสด หมากพลู โดยนำอ้อยและนมสด สักการะพระพิฆเนศวร เทพแห่งปราชญ์ เทพแห่งความสำเร็จ นำดาวเรือง มะนาว หมากพลู สักการะพระพรหม เทพผู้สร้าง ให้ชีวิตการงานมั่นคง รุ่งเรืองตลอดปี นำกะเพราสักการะพระนารายณ์ เทพผู้รักษาธรรม และอธิฐานขอเรื่องสุขภาพ พระอิศวร เทพผู้ประทานพร พระศิวลึงค์ เพื่อให้การงาน การเงินสมดังปรารถนา

โดยภายในเทวสถานมีโบสถ์ 3 หลัง สถานพระอิศวร ภายในมีเทวรูปพระอิศวรประทับยืน เป็นองค์ประธานอยู่กลางแท่น ส่วนที่ลดต่ำลงมา ประดิษฐานเทวรูปประทับนั่งของพระแม่อุมาเทวี พระพรหม พระศิวะ และมีรูปปั้นโคนนทิกระหนาบสองข้างของแท่น สถานพระมหาวิฆเณศวร หรือพระคเณศ หรือพระพิฆเนศวร (โบสถ์กลาง) มีเทวรูปพระพิฆเนศวร 5 องค์ ตามรูปแบบศิลปะสมัยสุโขทัย สถานพระนารายณ์ (โบสถ์ริม) ประดิษฐานบุษบกสามองค์เคียงกันจากซ้ายไปขวา พระลักษมี เทวรูปพระนารายณ์ ตามรูปแบบศิลปะสมัยสุโขทัย และพระภูมิเทวี

14.49 น. – 14.59 น.      ไปกันต่อที่ “โบสถ์เทพมณเฑียร” สมาคมฮินดูสมาช สร้างขึ้นโดยศาสนิกชนชาวฮินดูและชาวภารตะ (ชาวอินเดีย) ในประเทศไทย เพื่อรวมใจชาวภารตะให้เป็นหนึ่ง ในนาม “ฮินดูสภา” ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็น “สมาคมฮินดูสมาช”

14.59 น. – 15.39 น.       เช็คอินความปังจุดที่ 7 ณ โบสถ์เทพมณเฑียร สมาคมฮินดูสมาช ภายในมีเทวรูปหินอ่อนประดิษฐานอยู่หลายองค์ด้วยกัน สักการะเทวปฏิมาของพระผู้เป็นเจ้าและเทพยดา อันเป็นที่เคารพของชาวฮินดู ซึ่งนำมาจากประเทศอินเดีย เพื่อประดิษฐานที่โบสถ์แห่งนี้ โดยส่วนใหญ่เมื่อไหว้องค์เทพอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยความศรัทธาแล้ว หลายคนนิยมขอพรเรื่องความรักจาก “พระวิษณุและพระแม่ลักษมี” ด้วยความเชื่อว่าองค์เทพทั้งสองจะประทานความรักอันบริสุทธิ์ที่เป็นนิรันดร์แก่ผู้ที่ตั้งจิตอธิษฐานจริงจัง ให้ได้สมหวังดั่งใจหมาย

15.39 น. – 15.49 น.       เดินทางต่อไปวัดไทย ศูนย์รวมใจของพุทธศาสนิกชนกันบ้าง “วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร” พระอารามหลวงชั้นเอก ที่มีเพียงไม่กี่แห่งของประเทศไทย และถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8

15.49 น. – 16.29 น.        เช็คอินความปังจุดที่ 8 ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร สักการะพระพุทธตรี-โลเชษฐ์ พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระประธาน ภายในพระอุโบสถที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เดินเท้าไปด้านหลังพระอุโบสถ สักการะพระกริ่งใหญ่ ด้วยธูป เทียนและดอกบัว 1 ดอก ถือว่าเป็นพระพุทธคุณรักษาโรค ขอพรเป็นกำลังใจให้สุขภาพ พลามัยแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่นอกจากความเชื่อแล้ว เหนืออื่นใดสุขภาพดีสร้างได้ด้วยตนเอง สักการะท้าวเวสสุวรรณหรือในภาษาพราหมณ์เรียกว่า “ท้าวกุเวร” ด้วยธูปและกุหลาบแดง 9 ดอก ขอพรโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น ป้องกันภัยจากสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ท้าวเวสสุวรรณเป็นอธิบดีแห่งอสูร หรือเจ้าแห่งภูตผีปีศาจทั้งหลาย และยังเป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ผู้คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์ สถิตบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ประทับทางทิศเหนือมีอสูร รากษสและภูตผีปีศาจเป็นบริวาร

16.29 น. – 16.39 น.      แวะพักเหนื่อยให้ชื่นใจ ย้อนเวลาไปกับโลกสมุนไพรไทยกันสักนิด ที่ “บ้านยาหอม ซานทิส” (BAAN YA HOM zantiis) ของหมอยา 5 แผ่นดิน (ยาหอมสุคนธโอสถ ตราม้า) ที่สืบสานมรดกครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น ในบ้านไม้เก่าอายุกว่าร้อยปี สถาปัตยกรรมไทยผสมโคโลเนียล ท่ามกลางความสงบ     ร่มรื่นของต้นไม้นานาชนิด

16.39 น. – 17.39 น.       เช็คอินปิดท้ายจุดที่ 9 เอาใจสายมู ณ บ้านยาหอม ลิ้มรสขนมคาวหวานของไทยที่มีอัตลักษณ์และกลิ่นหอมอบอวลของสมุนไพร และจิบความชื่นใจให้คล่องคอด้วยเครื่องดื่มสูตรเฉพาะของบ้านยาหอม เสริมเฮง ให้ทุกสิ่งราบรื่น สำเร็จสมปรารถนา ทั้งการงาน การเงินและความรัก แล้วลองลิ้มยาหอมร้อน เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ช่วยบำรุงสมอง ช่วยการไหลเวียนโลหิต ขับลมในกระเพาะ และปรับสมดุลธาตุ

17.39 น. – 18.19 น.     อิ่มบุญ อิ่มตา อิ่มใจ แล้วเหยียดกาย พักสายตาบนรถ เคลื่อนขบวนสู่ “เคทีซี ป็อป” สุขุมวิท 33

**************************************************

ขอให้ทุกท่านเดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ประสบความสำเร็จทั้งชีวิตส่วนตัวและการงาน

แล้วพบกันใหม่นะคะ…KTC PR Love Press

ดาว์นโหลดกำหนดการ ไฟล์ PDF

 

 

 

ดาว์นโหลดใบสมัคร ไฟล์ Word

 

 

 

 

ดาว์นโหลดใบสมัคร ไฟล์ PDF